वीर

14 ตุลาคม 2007

ปัญหา libthai บน mac os x

Filed under: Uncategorized — वीर @ 7:19 pm
Tags: , , , , ,

ผมพยายามจะลง libthai จะลง libthai ได้ ก็ต้องลง datrie ก่อน. แต่ลงไปแล้วก็ติดเหมือนจะติดที่คำสั่ง nmedit ท่าน่าจะเป็นลงพวงมาจาก Makefile.am ที่มี option ของ library ที่ดูแปลกๆนิดๆ

libdatrie_la_LDFLAGS =  -no-undefined \
        -version-info $(LT_CURRENT):$(LT_REVISION):$(LT_AGE) \
        -export-symbols $(srcdir)/libdatrie.def

ให้เดาก็อาจจะมาจากว่า autoconf หรือ automake ไม่แน่ใจ อาจจะ generate อะไรออกมาแล้วไม่เหมาะกับ mac os x ก็ได้ (แค่สมมุติฐาน). อย่างไรก็ตามผมก็ได้แจ้งไปใน thai foss/linux group ละ.

ทีแรกว่าจะลอง libthai4r (Ruby libthai binding) ซะหน่อย. แต่แค่ build datrie ก็จอดซะละ -_-.

13 ตุลาคม 2007

เมื่อ Mac OS X บูทไม่ขึ้น

Filed under: Uncategorized — वीर @ 12:48 pm
Tags: , , ,

ปกติถ้าใช้ Debian เวลาบูทไม่ขึ้นก็พอจะดูจาก error message ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ในกรณีที่ไม่มี splash screen. ใน Mac OS X เวลาบูทส่วนมากจะเห็นแต่รูป apple แหว่ง เวลาไปค้างก็ไม่รู้ไปค้างที่ไหน. อย่างไรก็ตามเรามีท่าแก้ให้ Mac OS X บูทแบบเห็น message ต่างๆนานาได้ โดยการกด command + v ค้างไว้เวลาบูท เท่านี้ก็จะเห็นอะไรออกมาคล้ายตอน Debian หรือ NetBSD บูทแล้ว. สำหรับเครื่องผมมันไม่ขึ้นเพราะ file system เจ๋ง และก็มีข้อความขึ้นมาบอกว่าให้รัน fsck ด้วยมือ แต่บูทก็ไม่ขึ้นจะมารัน fsck ได้ไงอะ.  ผมก็เลยไป search Google ก็เจอเว็บนี้. เขาบอกว่าให้รับ fsck จาก single mode. ส่วนการจะเข้า single mode เวลาบูทก็ให้กด command + s ค้างไว้. ผมลองทำตามก็ปรากฎว่าเข้ามาที่ shell ได้จริงๆ ก็สั่ง fsck -fy ตามคำแนะนำต่อ และรอไปอีกพักใหญ่ fsck ก็ทำงานเสร็จ ผมก็สั่ง reboot ก็พบว่า Mac OS X กับมาใช้ได้เหมือนเดิม.

สาเหตุการเจ๊งครั้งนี้น่าจะมาจากการที่เครื่องค้าง งงๆเหมือนกันว่าทำไมค้าง แต่ก็ใช้มานานแล้วอะนะจะรวนบ้างก็ไม่แปลก. ผมก็กดปิดแล้ว แต่ว่า file system ที่ผมใช้คือ UFS ที่ไม่ใช่ Journaling file system แบบ Ext3 หรือว่า HFS+ (ของ Mac OS X) เอง. แต่ก็ใช้ UFS เพราะว่าใช้ OS อื่นๆที่ไม่ใช่ Mac OS X มาอ่าน partition ได้. นี่ก็น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ file system เจ๊ง

4 ตุลาคม 2007

Mac OS X กับ Ubuntu

Filed under: Uncategorized — वीर @ 7:23 pm
Tags: , , , ,

เพื่อนๆมักจะถามอยู่เสมอว่า Apple Macintosh (Mac) มีอะไรดี. เบื้องหลัง platform ต่างๆก็มักจะมี zealot สนับสนุนอยู่เสมอๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบไหนๆ ไม่ว่า Mac Ubuntu และ Windows. ผมก็อาจจะเป็น zealot อีกคนหนึ่งเหมือนกันเพราะแอบชอบ Mac มาร่วม 10 ปี จนมีเล่นเป็นของตัวเองได้ 2-3 ปีนี่เอง. มีใช้แล้วก็ชอบใจ เล่นแล้วก็ติดงอมแงม. เรื่องนี้ผมก็พยายามจะเขียนอธิบายว่าทำไมชอบ Mac OS X เมื่อเทียบกับ Ubuntu. ทั้งที่มีหลายอย่างที่ผมชอบ Ubuntu มากกว่า Mac OS X แต่ผมก็จะยังไม่เขียน.

  • Sleep - จริงๆแล้วเครื่องที่ใช้ Ubuntu ก็ sleep ได้ แต่ว่าเท่าที่พบ batt ก็หมดเร็วมาก. หรือว่า Hibernate ก็ได้ แต่ว่าหลังจากทีเปิดใช้อีกที ก็มักจะมีอาการรวนๆ. เครื่อง Mac เก่าๆอย่าง iBook ที่ลง Mac OS X ไว้ปกติแล้ว Hibernate ไม่ได้ ได้แต่ sleep แต่ว่ามันก็ sleep ได้นานพอสมควร มีไฟแสดงชัดเจนว่ากำลัง sleep อันนี้อาจจะเป็นข้อได้เปรียบของการขายพ่วง Hardware + Software. พอ sleep แล้วปลุกให้มันตื่นขึ้นมาแทบไม่พบอาการรวนเลย. ยกเว้นตอน harddisk เจ๊งนะ.
  • การจัดการหน้าต่าง - mac os x สามารถเลือกย่อหน้าต่างของ application เดียวกัน หรือหน้าต่างทั้งหมด ให้อยู่ในหน้าจอเดียวกันแล้วเลือกใช้แต่ละหน้าต่างได้. ความสามารถแบบนี้ Compiz ก็ทำได้เหมือนกัน แต่ว่าใช้ Compiz แล้วก็เวียนหัว อาจจะต้องมีการปรับแต่งอีกสักเล็กน้อย.
  • การค้นหาเอกสารในเครื่อง - บน Mac OS X มี Spotlight ทำให้คนหาเอกสารในเครื่องได้รวดเร็วเพราะทำ Index ไว้ก่อน. จริงๆแล้ว Ubuntu ก็ทำอีกเหมือนกัน อาจจะดีด้วยแต่ผมก็ยังไม่เคยลอง :-P.

เรื่อง development tools ก็อาจจะพอเอามาเปรียบเทียบกันได้ แต่ว่าเอาไว้ก่อนแล้วกัน เขียนมากเกินไปจะผสมปนเปกันเปล่าๆ. ตามความเห็นของผม Ubuntu และ​ Mac OS X มีอะไรที่คล้ายกันมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น การใช้ sudo แกมบังคับ แต่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าใครทำก่อน. แม้แต่ icon ที่ใช้รอที่กลมๆแล้วมีอะไรหมุนๆก็หน้าตาเหมือนกันอย่างกับแกะ. มากไปกว่านั้นโปรแกรมที่หลายคนพิจารณ์มาตลอดว่ามี user interface ที่ใช้ยากเย็นอย่าง Gimp ก็มีคนออกแบบใหม่. ทำให้ผมคิดว่าชุมชนนักพัฒนาของ Linux, Gnome และโครงการซอฟต์แวร์เสรีอื่นๆก็คงทราบจุดเด่นจุดด้อยของโปรแกรมที่ตนเองร่วมพัฒนาอยู่เทียบกับระบบอื่นๆอย่างชัดเจนมานานแล้ว. ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน โครงการอย่าง Gnome ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า มันน่าใช้ขึ้นทุกวันทุกวัน. ในอนาคตผมก็เชื่อว่าความชื่นชอบ user interface ของ Gnome กับ Mac OS X (ของผม) ก็น่าจะใกล้เคียงกันขึ้นเรื่อยๆ. ส่วนเรื่อง sleep และ hibernate ก็คงต้องพึ่ง Linux? หรือว่าต้องพึ่ง Hardware?

หน้าต่อไป »

บลอกที่ WordPress.com .